2561-06-05 : ประสบการณ์การวิ่งออกกำลังกายครั้งแรก

       จากการที่ดูใครต่อใครวิ่งออกกำลังกายบ้าง วิ่งมาราธอนตามงานต่างๆบ้าง ทำให้เกิดอาการอยากวิ่งขึ้นมาบ้าง อาจจะตามกระแสคนที่วิ่งๆกันอยู่ แต่จริงๆแล้วอยากจะวิ่งเพื่อสุขภาพซะมากกว่า ว่าแล้วก็จัดการซื้ออุปกรณ์วิ่งสิครับ

       วันนั้นไปบริจาคเลือดที่เดอะมอลล์ บางกะปิ ไปถึงห้างเช้าเลยครับ กดคิวเสร็จ กรอกรายละเอียดใบขอบริจาคเสร็จ เวลาเหลือเพียบครับ เพราะตอนนั้น 10 โมงกว่าๆ แต่เขาเริ่มเปิดรับบริจาคตอนเที่ยงตรง เวลาเหลือๆก็เลยไปหาซื้ออุปกรณ์วิ่งล่ะครับ เดินเลือกซื้อรองเท้า ถุงเท้า เสื้อ กางเกง วนไปวนมาอยู่นานเลย จนได้ของมาครบในที่สุด พร้อมสำหรับการวิ่งออกกำลังกายแล้ว

       จะว่าตื่นเต้นมันก็ตื่นเต้นนะครับ สำหรับหน้าใหม่ที่จะไปออกกำลังกาย เพราะคนหน้าเก่าๆเขาก็คงคุ้นๆหน้ากันมาบ้าง แต่พอเราไปหน้าใหม่ มันก็ต้องมีคนมองบ้างล่ะ เพราะไอ้นี่ไม่คุ้นหน้า เอ...หรือจะคิดมากไป ใครจะมาสนใจคนหน้าตาดีๆแบบเรากันล่ะ (ใครหน้าตาดี ไอ้หลงตัวเองงงงง)

       วันจันทร์เลิกงานกลับถึงบ้าน เปลี่ยนชุดพร้อมลุยเลยครับ สถานที่ที่ผมไปวิ่งคือที่ สวน 60 พรรษาสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ แถวๆเคหะร่มเกล้าครับ แว๊นมอเตอร์ไซค์ไปครับ พอไปถึงก็มึนๆงงๆครับ หาที่จอดรถ เพราะนี่คือ ครั้งแรกเลยที่ขี่รถเข้าไปในสวน ก็โอเคครับ หาที่จอดรถไม่ยาก พอจอดรถเสร็จ มองไปรอบๆ โอ้โห นี่คนมาออกกำลังกายเยอะขนาดนี้เชียวเหรอเนี่ย มองจากสายตาคร่าวๆน่าจะเป็น 100 ล่ะครับ เวลาที่ผมไปถึงประมาณ 18.40 น.

       ลงจากรถเดินเข้าบนถนนที่ใช้สำหรับวิ่ง แหม เขินๆครับ เพราะคนที่วิ่งเขาก็วิ่งกันอยู่เยอะแยะเลย ไอ้เราก็หน้าใหม่ มองคนที่วิ่งเหงือโชกอยู่ แหมมมม...กูจะเป็นแบบนั้นมั้ยวะ ไปยืนมึนๆทำใจอยู่พักหนึ่ง ก็เอาวะ มันต้องเริ่มแล้วล่ะ ว่าแล้วก็วิ่ง 100 เมตรโชว์เลยครับ แหะๆ ตกใจล่ะสิ ล้อเล่นน่าาาาา ใครจะไปบ้าทำแบบนั้น นอกจากจะโดนด่าแล้ว อาจจะเจ็บตัวอีกต่างหาก เพราะยังไม่ได้วอร์มเลย

       เริ่มต้นผมก็เดินวอร์มอัพก่อนครับ ลองเดินดูว่า ถนนที่ใช้วิ่งออกกำลังเนี่ย มันระยะทางเท่าไหร่ เดินครบแล้วใช้แอปสำหรับนักวิ่งจับระยะทางดู ได้ระยะทาง 1.2 กม. ก็ถือว่ากำลังดีครับ เดินวอร์มอัพเสร็จ ก็แวะยืดเส้นยืดสายก่อนสักแปป แล้วก็ออกวิ่งจริงๆกันล่ะครับ

       สำหรับมือใหม่จริงๆ ควรศึกษาการวิ่ง การก้าวขา การแกว่งแขน รวมไปถึงการหายใจด้วยนะครับ เพราะจะช่วยให้การวิ่งมีประสิทธิภาพดีขึ้น ที่บอกเนี่ย เพราะผมไม่ได้ศึกษาเลยยยย ไม่อยากให้มาเลียนแบบผม (แนะนำคนอื่นซะดิบดี ตัวเองดันไม่ทำ) ผมคิดเองเออเองหมดครับ ผมแบ่งช่วงวิ่งเป็น 3 ช่วง วิ่งๆไป หยุดเดินๆๆๆ แล้วก็วิ่งๆต่อ ผมทำแบบนี้ 3 ช่วงในวันแรกของการวิ่ง ซึ่งผมคิดว่า มันไม่น่าจะถูกต้องหรอก ฮ่าๆๆ แต่ก็ช่างมัน ผมไม่แคร์

       ผมวิ่งตามแบบของผมไปทั้งหมด 3 รอบถ้วน ร่างกายมันค่อยๆปรับตัวนะครับ ผมรู้สึกได้เลยว่าวิ่งรอบแรก มันเหนื่อยเร็ว มันปวดขาเร็วมาก พอมารอบที่ 2 มันเริ่มเหนื่อยช้าลง ปวดขาช้าลง ยิ่งรอบที่ 3 ยิ่งเหนื่อยช้าครับ แต่ก็พอจะรู้ตัวนะครับว่า รอบที่ 3 เนี่ย คือ พีคสุดของร่างกายในวันนี้แล้ว ขืนวิ่งรอบที่ 4 มีหวังไม่รอด มันเหนื่อยหอบแบบรู้ตัวเองเลยล่ะครับ หลังจากวิ่งเสร็จ ก็เดินต่ออีกครึ่งรอบครับ เพื่อเป็นการคลูดาวน์ หลังจากนั้นก็ยืดเส้นยืดสายเพื่อผ่อนคลาย เป็นอันเสร็จพิธีในวันแรกครับ

       สรุปเลยวันแรกเดินไป 1.2 กม. วิ่งไปอีก 3 รอบ ก็ 3.6 กม. ก็เหนื่อยใช่ย่อยนะครับ ผมต้องฝึกไปเรื่อยๆอยากจะวิ่งให้ได้วันละ 10 กม.เหมือนกัน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำได้รึเปล่านะครับ เอาใจช่วยผมด้วยนะครับ (ใครจะเอาใจช่วยมึง แหมๆๆ มึงนี่ คิดเข้าข้างตัวเองจริงๆ) เอาน่า เรื่องของกู

       ก่อนจบบทความอยากจะแนะนำนักวิ่งไว้นะครับว่า การวอร์มอัพ การยืดเส้นก่อนวิ่ง การคลูดาวน์ และการยืดเส้นหลังวิ่ง เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆครับ ควรทำทุกครั้งที่ออกกำลังกายนะครับ

ขอบคุณครับ
ต.ต้น
Comments