2561-05-08 : ความจังไรของผู้ชายวัยใกล้เลข 4 (ไม่ทุกคนหรอกนะ)

       เมื่อก่อนสมัยเป็นวัยรุ่นอายุสัก 18-19 ปี ตอนนั้นเรียนอยู่ระดับชั้น ปวส. มีน้องผู้หญิงคนหนึ่งที่รู้จักกัน หน้าตาน่ารักเลยทีเดียว เป็นที่หมายปองของผู้ชายหลายคน ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษากันเอง หรือแม้กระทั่งอาจารย์ยังหมายปองกับเขาด้วย แล้วบทสรุปที่จบลงคือ ไม่มีใครได้สักคน ฮ่าๆๆ เพราะน้องคนนั้นดันไปเอาผู้ชายแก่ๆคนหนึ่ง อายุน่าจะสัก 30 กว่าๆแล้ว ที่สำคัญคือ เป็นเมียน้อยเขาซะงั้น

       เมื่อก่อนก็ไม่เข้าใจน้องมันหรอก ทำไมแม่งคิดสั้นจังวะ ผู้ชายโสดๆ หน้าตาดีมีตั้งเยอะแยะ ทำไมมันไม่เอา ไปเอาทำไมคนแก่ๆรุ่นพ่อเลยนะนั่น แถมยังเป็นเมียน้อยเขาอีก ไอ้บ้าาาาา

       พอมาถึงวันนี้ วันที่ตัวผมเองนี่แหละที่อายุ 30 กว่าๆใกล้เลข 4 แล้ว ทำให้เข้าใจเลยว่า ทำไมวันนั้นน้องสาวคนนั้นถึงเลือกคนแก่ แถมยังยอมเป็นเมียน้อยอีก คำตอบง่ายๆคือ คนแก่มันจ่ายได้ และมันอบอุ่นแบบผู้ใหญ่ไม่งี่เง่าเหมือนวัยรุ่นนั่นเอง แต่ก็ไม่ใช่ว่าผู้หญิงทุกคนจะชอบนะครับ มันเป็นเพียงแค่บางส่วนเท่านั้น เหมือนที่ผู้ชายวัยใกล้ 40 บางคนนั่นแหละ ที่มันมีความจังไรบังเกิดขึ้นแล้ว...

       ความจังไรที่ว่าคือยังไง ก็ประมาณว่าแก่แล้ว บางคนมีเมียแล้ว แต่ยังเกิดอาการอยากมีเด็กสาวในครอบครองนั่นเอง อาการนี้มันเกิดขึ้นเพราะว่า บางคนทำงานเหนื่อยๆ ก็อยากจะมีคนที่คอยรับฟังโดยไม่โต้เถียงอะไรเลย ซึ่งส่วนมากแล้ว มันก็จะไปตกอยู่ที่เด็กสาวทั้งหลาย ตั้งแต่มหาลัย ลงไปยันวัยมัธยมเลยทีเดียว

       สาเหตุที่ทำไมเป้าหมายคือวัยพวกนั้น นั่นก็เพราะว่า เด็กพวกนี้สั่งได้ ไม่ค่อยงอแง และที่สำคัญคือ วัยนี้ยังรู้จักลูกอ้อน ซึ่งมันทำให้ป๋าๆ (ขอใช้คำว่า "ป๋า" ไปเลยละกันนะครับ ไหนๆก็แก่ละ) มีความสุขจากความออดอ้อนนั่นเอง จึงไม่แปลกเลยที่ทำไมทั้งป๋า และทั้งเด็กๆวัยนี้ ถึงเชื่อมต่อกันง่ายเหลือเกิน ป๋าได้มีความสุขจากลูกอ้อน การที่สั่งได้ และการได้จ่ายเพื่อเด็ก ส่วนเด็กๆก็มีความสุขจากการที่ป๋าตามใจแทบทุกอย่างนั้นเอง วินๆทั้งคู่

       ประสบการณ์จากคนใกล้ตัวก็มีนะครับ ตอนนั้นน่าจะสักอายุ 35 กันอยู่ เพื่อนผมมันมีลูกมีเมียแล้ว แต่ก็ดันไปถูกใจเด็กสาวเข้าให้ แน่นอนว่าเจอลูกอ้อนของเด็กสาวเข้าไป มันก็หลุดสิครับ จังไรขึ้นมาเลยทีเดียว เลี้ยงเด็กไปเรื่อยๆจนความแตก เมียจับได้ บ้านแทบแตก แต่สุดท้ายมันก็ประคองตัวจนรอดถึงฝั่ง ครอบครัวยังอยู่ดีในที่สุด ผมไม่รู้ว่ามันเลิกจังไรได้รึยังนะครับ เพราะไอ้ความจังไรเนี่ย ถ้ามันเกิดขึ้นแล้ว มันก็เลิกยากอยู่เน้อ

       หลังๆมานี่ผมว่าความจังไรนี้มันเริ่มไม่จำเป็นต้องเป็นเด็กๆแล้วล่ะครับ เพราะวัยป๋ามันทำงานเหนื่อยกัน มันเลยขอแค่ใครก็ได้ที่คอยทำให้มีความสุขใจได้ก็พอ อายุใกล้กัน หรืออายุมากกว่าก็ไม่สนแล้ว ขอแค่ได้มีคนคุยให้สบายใจก็พอ อาจจะมีคนถามว่า แล้วทำไมไม่ไปคุยกับเมียล่ะ คำตอบคงแทบจะประสานเสียงแน่นอนครับว่า บ่นกับเมียไปก็เหมือนบ่นใส่ฟองน้ำ ซึมซับคำบ่นไปแล้วก็นิ่งๆ หันมาใช้งานเราเหมือนเดิม ฮ่าๆๆๆ

       ป๋าบางคนนั้นจริงจังมาก ถึงขนาดที่ว่าบ้านแตกก็ช่างมัน ดีซะอีก จะได้ไปหาคนใหม่ที่แอบๆเลี้ยงอยู่แล้ว แต่ป๋าบางคนก็แค่อยากหาคนมาอ้อน และมีความสุขที่ได้ทำเพื่อเด็กที่เลี้ยงไว้ แต่ไม่ต้องการสานต่อแบบยืดยาว เพราะก็ยังรักครอบครัวอยู่ ป๋าก็มีอยู่หลายแบบเหมือนนะครับ อาจจะมีนอกเหนือจาก 2 แบบที่กล่าวมาด้วยนะ

       ความจังไรนี้ไม่ได้เกิดขึ้นทุกคนนะครับ แต่ถ้าเกิดขึ้นกับใครแล้ว ก็ยากที่จะห้ามไว้ เพราะมันเป็นเรื่องของใจล้วนๆเลย ความสุขใจใครๆก็อยากได้ใช่มั้ยล่ะครับ ตามประโยคที่บอกว่า "ถูกผิดรู้หมด แต่มันอดไม่ได้" นั่นแหละครับ

       มาถึงความจังไรของคนเขียนกันบ้าง บทความนี้นี่เรียกว่าพลีชีพเลยนะครับ ถ้าเมียอ่านเจอนี่ โดนสอบสวนในห้องมืดแน่นอน แต่คงไม่ถึงกับบ้านแตก เพราะผมเป็นแบบอยากมีความสุขที่ได้ทำอะไรเพื่อเด็กแค่นั้น ไม่ได้ต้องการสานต่ออะไรทั้งนั้น

       ผมก็ไม่รู้นะว่าความจังไรนี้มันเกิดขึ้นตอนไหน แต่พอรู้ตัวอีกที อ้าว เฮ้ย ทำไมรู้สึกดีกับเด็กบางคนจังวะ ทำไมอยากคุยด้วย อยากทำอะไรเพื่อเด็กคนนี้จัง ทั้งๆที่มันไม่ถูกไม่ควรแท้ๆ นึกไปนึกมา อ่อออ สงสัยความจังไรเข้ามาในชีวิตแล้วแน่ๆ ฮ่าๆๆ

       ความรู้สึกอยากคุยด้วย อยากเห็นเด็กมีความสุข มีรอยยิ้ม อยากมีเด็กคนนี้คอยรับฟังเรา รวมๆแล้วมันก็เหมือนอาการคนอยากมีแฟนนั่นแหละครับ เพียงแต่ว่าอาการนี้มันจะเกิดขึ้นบ่อยกับใครก็ได้ เกิดขึ้นง่ายกับใครก็ได้อีกนั่นแหละเมื่อถึงวัยของมัน แต่สำหรับบางมันก็จะหายไปง่ายด้วยเช่นกัน ส่วนบางคนที่เกิดขึ้นแล้วไม่หาย ก็ระวังตัวเองให้ดีๆนะครับ (สำหรับผมเกิดง่าย เกิดบ่อย แต่ก็หายง่ายครับ) 

       สุดท้ายนี้ขอถามคุณผู้ชายที่อ่านมาถึงตรงนี้ว่า มีอาการข้างต้นที่อ่านมาบ้างรึยังครับ ถ้ามีแล้ว ก็จงระวังเถิด ความจังไร ความป๋า กำลังจะมาหาท่านแล้ว

ขอบคุณครับ
ต.ต้น
Comments