2561-04-17 : ควันหลงหลังวันสงกรานต์

       ผ่านไปแล้ววันสงกรานต์ และวันหยุดยาว เป็นยังไงกันบ้างล่ะครับ ได้พักผ่อนเติมพลังกันบ้างมั้ยครับ บางคนก็ได้พักเนอะ แต่บางคนก็ยังต้องทำงาน ยิ่งสายการรักษาแล้ว น่าจะยิ่งเหนื่อยนะครับ ยังก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกๆคนนะครับ

       สำหรับตัวผมนั้นก็ได้หยุดยาวพักผ่อนครับ ตั้งแต่วันที่ 10 ยาวถึง 16 เลยทีเดียว ต้องบอกว่าได้พักใจครับ เพราะร่างกายเหมือนไม่ได้พักเท่าไหร่ ไม่ใช่ว่าเอาแต่เที่ยวจนร่างกายไม่ได้พักนะครับ แต่เป็นเพราะต้องสู้รบกับลูกชายต่างหากล่ะครับ ไม่ได้พักเลย ฮ่าๆๆ

       เช้ามืดวันที่ 10 ตื่นตั้งแต่ตี 5 เพราะต้องขึ้นเครื่องบินกลับเชียงรายเวลา 7 โมงเช้า ไปลงที่เชียงรายเสร็จ ประมาณ 9 โมง แฟนก็มารับด้วยมอเตอร์ไซค์ หลังจากนั้นก็แว๊นมอเตอร์ไซค์กลับบ้านอีกประมาณ 1 ชั่วโมงครับ ถึงบ้านก็ง่วงๆ เพลียๆอยากนอนสักงีบ แต่ด้วยความที่เป็นพ่อคนเนอะ เจ้าลูกชายก็เลยไม่มีเวลาให้พ่อมันได้พักผ่อนหรอก เจอหน้ากันก็ชวนเล่นนั่นเล่นนี่แทบจะตลอดเวลาครับ กว่าจะมืด กว่าจะได้นอนก็ดึกเลย นานๆเจอกันที เจ้าลูกชายก็ดีใจมาก จนไม่ยอมหลับยอมนอน บอกเลยว่าเพลียครับ

       วันต่อๆมาก็ต้องตื่นเช้าครับ เพราะแถวบ้านยังคงยึดวิถีชาวบ้านไว้อยู่ ไปวัดตอนเช้าๆ สายๆก็ไปไร่ไปสวน ไม่มีหรอกครับที่จะได้พักแบบคนในเมืองที่นอนดึกตื่นสาย ผู้ใหญ่แถวบ้านก็วิถีชาวบ้านไปครับ ส่วนตัวผมก็วิถีคนเป็นพ่อครับ ทั้งวันวุ่นอยู่กับลูกชายวัย 6 ขวบ อยู่ด้วยกันทั้งวันจริงๆนะครับ ตื่นมาก็วิ่งมานั่งตักพ่อมันก่อนละ อ้อนนั่นอ้อนนี่ ชวนเล่นอะไรไปเรื่อย ไม่มีเวลาพักจริงๆครับ แล้วลูกชายดันดื้อซะด้วยสิ พูดอะไร ห้ามอะไรก็ไม่ค่อยฟัง เหนื่อยคูณสองไปเลยครับ

       เจ้าลูกชายบอกว่า อยากได้แท็บเล็ต เพราะลูกพี่ลูกน้องข้างบ้านมีแท็บเล็ตเอามาเล่นโชว์ อยากได้ใหญ่เลยครับ มาบอกผมว่าให้ซื้อให้หน่อย ผมก็บอกว่า เดี๋ยวจะแอบไปซื่้อให้ แต่จริงๆผมซื้อมาแล้วครับ แค่ยังไม่ให้เท่านั้นเอง กะจะเอาให้ตอนวันเกิดครับ วันเกิดลูกชายวันที่ 13 ครับ เกิดวันดีจริงๆ ถ้ามันโตมา มันคงได้ฉลองวันเกิดพร้อมสงกรานต์เมาสุดเหวี่ยงแน่นอน พ่อมันคิดล่วงหน้าแล้วกลุ้มใจรอเลยนะครับเนี่ย

       พอผมบอกว่าจะแอบไปซื้อแท็บเล็ตให้เท่านั้นแหละ ถามผมทั้งวันเลยครับ เมื่อไหร่จะแอบไปซื้อสักที เพราะคงเห็นผมอยู่บ้านเล่นด้วยตลอดล่ะมั้งครับ เลยถามแล้วถามอีก แถมมีบังคับพ่อมันด้วยนะ พ่อไปซื้อสิ ไปซื้อเลย ไม่ต้องแอบ ฮ่าๆๆ ก็คนมันอยากได้อะเนอะ ไล่ไปซื้อซะเลย ผมก็ได้แต่บอกว่า เดี๋ยวก่อนๆ เดี๋ยวจะแอบไป

       ถึงวันที่ 13 วันเกิด ผมบอกว่า ถ้าเป่าเค้กเสร็จ จะเอาแท็บเล็ตให้ คืนนั้นมีงานเลี้ยงวันเกิดครับ ข้าวไม่ยอมกินครับ ถามหาเค้กใหญ่เลย จะเอามาเป่าเลย ฮ่าๆๆ ก็บอกแล้วคนมันอยากได้ รีบใหญ่เลย ผมก็แกล้งสิครับ ดึงเวลาไปซะจนเกือบ 3 ทุ่ม แล้วมีจังหวะที่ผมได้ไปนั่งใกล้แม่ยายครับ แม่ยายบอกว่า ลูกชายมาคุยด้วย บอกว่า สงสัยพ่อจะโกหกที่บอกว่าจะซื้อแท็บเล็ตให้ เพราะไม่เห็นพ่อจะแอบไปซื้อเลย ผมนี่ขำเลยครับ แต่ในความขำ มันมีเรื่องจริงจังอยู่นะครับ เพราะใครที่สัญญาอะไรไว้กับลูก ควรทำตามสัญญานะครับ เพราะเราคือแบบอย่างที่ลูกจะจำจดและทำตาม ดังนั้นเราควรเป็นแบบอย่างที่ดีนะครับ อย่าไปสัญญาอะไรส่งๆไป เพราะถ้าลูกจำจดว่า เราชอบโกหก ลูกก็จะเป็นเด็กขี้โกหกได้นะครับ

       ถ้าถึงเวลาส่งมอบแท็บเล็ต หน้าตางี้โคตรดีใจเลยครับ มีความสุขนะครับ เวลาเห็นลูกดีใจ แต่ก็ต้องมีขัดใจลูกชายเล็กน้อย เพราะผมตั้งเวลาให้เล่นได้ครั้งละ 1 ชั่วโมงเท่านั้น ถ้าจะเล่นอีก ก็ต้องใส่รหัสผ่าน ถึงจะเพิ่มได้อีก 1 ชั่วโมง ผมฝากรหัสผ่านไว้ที่แม่ยาย ก็หวังว่าลูกชายจะไม่แอบรู้รหัสแล้วเอาไปใส่เองนะ การตั้งเวลาเล่นไว้ก็ดีนะครับ ลูกจะได้รู้จักบริหารเวลา ว่าใน 1 ชั่วโมง ควรเล่นอันไหนก่อน ควรดูอันไหนก่อน ไม่ใช่เล่นทุกอย่าง เบื่ออันนั้นไปเล่นอันนี้ เบื่ออันนี้ย้อนกลับไปเล่นอันนั้น เล่นจนไม่รู้ว่าอันไหนสำคัญ เล่นจนไม่รู้จักบริหารเวลา

       ช่วงที่ผมอยู่ด้วยอีกหลายวัน ผมก็เป็นคนดูแลแท็บเล็ตล่ะครับ ผมให้เล่นครั้งละ 1 ชั่วโมง พัก 1 ชั่วโมงสลับกันไป แต่ถ้าดื้อกับพ่อแม่ หรือผู้ใหญ่คนอื่น ผมก็จะเพิ่มเวลาพักครับ ดื้อ 1 ครั้ง เพิ่ม 10 นาที แล้วมีช่วงจังหวะเล่นน้่ำสงกรานต์ ลูกชายก็เล่นสนุกเกิน เอาปืนฉีดน้ำมาไล่ฉีดคนในบ้านครับ เจอเพิ่มเวลาไป 40 นาทีได้พักเล่นแท็บเล็ตยาวเลยครับ พอเล่นน้ำเสร็จ ก็วิ่งมาถามพ่อมันใหญ่เลย ใกล้หมดเวลารึยังๆๆ เจอเวลาพักไป 1 ชั่วโมง 40 นาที คงใจจะขาดล่ะครับ ยิ่งกำลังเห่อของใหม่อยู่ด้วย มาเจอยืดเวลาแบบนี้ ใจจะขาด ฮ่าๆๆ

       ดีหน่อยว่าลูกชายยังไม่ค่อยติดเกมครับ เท่าที่ดูลูกเลย เหมือนกับว่ายังขี้เกียจคิดน่ะครับ เวลาเล่นตรงไหนไม่ผ่าน ก็จะโยนให้พ่อเล่นให้ผ่านหน่อย พอพ่อมันไม่เล่นให้ หรือเล่นแล้วไม่ผ่าน (เกมเด็ก แต่ผู้ใหญ่เล่นไม่ผ่าน เกมอะไรยากจริงๆ) ก็จะเลิกเล่นเกมนั้นไปก่อน เหมือนขี้เกียจหาวิธีชนะ แล้วก็หันไปดูการ์ตูนในยูทูปแทน ผมว่าเด็กดูการ์ตูนน่าจะดีกว่าเด็กเล่นเกมนนะครับ เพราะได้ฝึกจินตนาการ แล้วก็ฝึกจำด้วย การ์ตูนบางเรื่องผมเห็นลูกซ้ำทุกวันนะครับ ดูจนจำได้ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น อืม...ก็ดีนะ ฝึกจำ แต่เล่นเกมก็ดีไปอีกแบบ ฝึกการหาวิธีชนะ สรุปคือ มันดีทั้ง 2 แบบนั่นแหละครับ แต่ควรให้อยู่ในเวลาที่พอเหมาะซะมากกว่า เพราะถ้าอะไรมากเกินไป ผมเกรงว่า สมองจะล้าจนเด็กเบลอนะ

       พอถึงวันที่ผมต้องกลับมาทำงานต่อที่เชียงราย แน่นอนว่ามันก็ต้องมีเศร้ากันบ้าง ลูกชายนี่เศร้าเห็นได้ชัดเลยครับ จากที่ดื้อๆ วิ่งเล่นซนๆ กลายเป็นไม่ดื้อ ไม่ค่อยวิ่งไปไหนเท่าไหร่ วนๆเวียนๆอยู่เงียบๆกับพ่อมันนี่แหละ พอผมจะกลับ ลูกชายก็มาหอมแก้มผม แล้วก็ให้พ่อมันหอมแก้มคืนด้วยครับ ซึ่งอันนี้ต้องบอกว่าเซอร์ไพรส์มากครับ เพราะปกติกว่าผมจะหอมแก้มลูกได้นี่ ยากมากกกก เพราะไม่ยอมให้หอม แต่นี่มาหอมพ่อมันก่อนเลย แล้วยังให้พ่อมันหอมคืนด้วย จังหวะนั้นน้ำตาแทบไหล เพราะต้องจากกันสักระยะอีกแล้ว ที่น้ำตาจะไหลก็เพราะเราเป็นห่วงลูกนั่นแหละครับ จะเล่นกับใคร อยู่ยังไง ใครจะสอนอะไรให้ เพราะตอนผมอยู่ด้วย ผมพยายามสอนเรื่องการใช้ชีวิตกับคนอื่นเยอะมากนะครับ สอนเรื่องสังคม มารยาท ไม่รู้ว่าจะจำมั้ย แต่ก็พยายามสอนไป ดีกว่าไม่สอนเลย

       ณ เพลาที่นั่งเขียนบทความอยู่นี่ ก็เวลาทำงานแล้วล่ะครับ ได้พักใจ ก็มีแรงใจขึ้นมาครับ แต่ต้องยอมรับว่า กายยังเหนื่อยอยู่ เหมือนไม่ได้พักจริงๆนะครับ ใครที่มีลูกซนๆดื้อๆ น่าจะพอเข้าใจ ฮ่าๆๆ

       เอาเป็นว่า ขอจบบทความเพียงเท่านี้ครับ ขอให้มีแรงทำงานกันทุกคนนะครับ

ขอบคุณครับ
ต.ต้น
Comments