2560-06-09 : สายแว้นบางคน ไม่เห็นทำตามพ่อ

     จริงๆผมก็เห็นมานานแล้วล่ะครับ ตั้งแต่ในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคตไป คนส่วนมาก หรือแทบจะทั้งประเทศ หรืออาจจะนับเป็นว่าคนที่รักในหลวงได้พูดกันว่า จะเดินตามรอยพ่อหลวง หรือจะทำตามที่พ่อสอน ไม่ว่าจะเป็นการพอเพียง การมีน้ำใจ การซื่อสัตย์ ฯลฯ และประเด็นของวันนี้ก็อยู่ที่ความซื่อสัตย์นี่แหละครับ

     ที่ผมบอกว่าผมก็เห็นมานานแล้วนั่นก็คือ สายแว้น หรือที่เข้าใจกันก็คือ คนที่เดินทางด้วยการขี่มอเตอร์ไซค์นั่นเองครับ บางคน บางกลุ่มเท่านั้นนะครับ ที่ผมเห็นไม่มีความซื่อสัตย์ นั่นก็คือ การฝ่าไฟแดง

     ผมจำได้ว่ามีเรื่องเล่าถึงพ่อว่า "ถึงกับขาอ่อน…!!! รถยนต์คันหนึ่งติดไฟแดง ขวางรถนำขบวน เมื่อตำรวจไปสอบถาม ถึงกับ..." โดยเนื้อหามีดังนี้...

     เหตุนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 30 กว่าปีก่อน บนถนนแห่งหนึ่งใน กทม. มีรถคันหนึ่ง ได้ขับไปบนถนนเส้นนั้น โดยในรถคันดังกล่าว มีเพียงชายผู้หนึ่งที่กำลังขับรถอยู่เพียงคนเดียวและในระหว่างทางที่ขับไปนั้น ชายดังกล่าวได้จอดรถแวะข้างทางเพื่อซื้อกาแฟ 1 ถุง และได้ออกรถไปจนกระทั่งขับมาถึงสี่แยกไฟแดงแห่งหนึ่ง ชายดังกล่าวก็ได้จอดติดไฟแดงอยู่ จนมีรถตำรวจคันหนึ่งซึ่งขับนำรถเบนซ์มาได้บีบแตรไล่รถที่ชายผู้นั้นจอดติดไฟแดงอยู่นั้นให้ถอยไป และรถตำรวจยังได้พูดผ่านไซเรน ว่า “นี่เป็นรถนำขบวนรัฐมนตรีให้รถของชายดังกล่าวหลบไป”

     แต่รถของชายผู้นั้นก็ไม่หลบให้ จนกระทั่งตำรวจได้ลงจากรถมาที่รถของชายดังกล่าวและเรียกให้ชายผู้นั้นลงจากรถ พอชายผู้นั้นได้ลงมาจากรถ ตำรวจได้เห็นชายคนนั้นถึงกับเป็นลมล้มทั้งยืน สร้างความตกใจให้แก่ตำรวจอีกคนที่นั่งอยู่ในรถ จนต้องวิ่งลงมาดูพร้อมกับรัฐมนตรี พอตำรวจและรัฐมนตรีมาถึง ทั้งคู่ได้เห็นชายดังกล่าว ทั้งตำรวจและรัฐมนตรีได้นั่งลงไปกับพื้นทันที เสมือนกับว่าขาทั้ง 2 ข้างได้อ่อนแรงลงไปทันใด และได้เงยหน้ามองดูชายซึ่งยืนอยู่ข้างหน้าตนด้วยอาการตัวสั่น

     ชายคนนั้นที่ทั้งคู่ได้เห็นเป็นชายที่มีรูปอยู่บนธนบัตร ซึ่งก็คือ ในหลวงองค์ปัจจุบัน ในหลวงได้ทรงตรัสถามรัฐมนตรีและตำรวจติดตาม ว่า “พวกท่านจะรีบไปไหนหรือถึงกลับจะต้องฝ่าไฟแดง ข้าพเจ้ายังรอติดไฟแดงได้เลย”

     รัฐมนตรีไม่ตอบได้แต่นั่ง ตัวสั่นและกราบลงบนพระบาทและในหลวงก็ได้ทรงขึ้นรถ ตำรวจที่นำขบวนรัฐมนตรีมานั้นก็ได้ทูลว่า “ให้ข้าพระพุทธเจ้าขับรถนำรถพระที่นั่งของพระองค์ไปมั๊ยพุทธเจ้าข้า”

     ในหลวงทรงตรัส ว่า “เราไม่ต้องให้ท่านมานำขบวนรถเราหรอก เราขับไปเองคนเดียวได้ ท่านไปนำรถของท่านรัฐมนตรีเถอะ” และในหลวงก็ได้ทรงขับรถออกไปจากสี่แยกนั้น โดยไม่ได้มีรถตำรวจนำไปแต่อย่างใดเลย

ข้อคิดที่ได้จากเรื่องนี้
     แม้ทรงเป็นถึงพระมหากษัตริย์ แต่ก็ทรงเคารพระเบียบวินัย และกฎจราจรได้อย่างเคร่งครัด เป็นแบบอย่างที่ถูกต้องให้ประชาชนได้ปฏิบัติตาม เพื่อความมีวินัยของจราจรบนท้องถนน…

“ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล”
เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ข้าราชบริพารที่รับใช้เบื้องพระยุคลบาท

     จากบทความข้างบน จะเห็นได้ว่า ท่านสอนเราเรื่องความซื่อสัตย์ด้วยนะครับ ผมเชื่อว่าคนที่ฝ่าไฟแดงส่วนมาก ต้องเคยได้อ่านเรื่องนี้มาบ้างแหละ แต่พวกท่านหลงลืมมันไปหรือเปล่า

     กลับมาเรื่องสายแว้นฝ่าไฟแดงที่ผมเจอมาดีกว่าครับ เส้นทางที่ผมขี่มอเตอร์ไซค์มาทำงาน เป็นเส้นทางที่เจอทั้งหมดเพียงแค่ 3 สี่แยกไฟแดงเท่านั้น แต่ผมก็ได้เจอสายแว้นฝ่าไฟแดงครบทั้ง 3 แยกอย่างเหลือเชื่อ คงไม่ต้องอธิบายนะครับว่า ฝ่าไฟแดงหน้าตามันเป็นยังไง พวกท่านคงคิดกันออกแหละ

     มีอยู่หลายครั้งนะครับ ที่สายแว้นคนอื่นๆฝ่าไฟแดงไป แล้วแฟนผมบอกว่า ทำไมไม่ไปล่ะ คนอื่นๆเข้าไปกันหมดแล้ว ผมไม่พูดอะไรมากครับ ชี้ไปที่ไฟแดง แล้วพูดแค่ว่า "มันไฟแดง" ผมก็ไม่รู้นะครับว่า แฟนผมจะคิดยังไงบ้าง แต่ผมคิดแค่ว่า ผมอยากจะซื่อสัตย์แค่นั้นเอง ผมไม่สนใจหรอกว่า คนขับรถยนต์ที่จอดอยู่ข้างๆ และข้างหลังผม จะมองผมว่าโง่ หรือบ้ายังไง ผมมองแค่ตัวเองทำถูกก็พอแล้ว ถ้าต่างคนต่างบ้าจี้ เห็นคนอื่นฝ่าไฟแดงไป แล้วก็ฝ่าไปตามๆกัน แล้วเมื่อไหร่จิตสำนึกของคนไทยจะถูกปรับให้ถูกต้องสักทีล่ะครับ

     การมองว่าทำผิดแล้วเท่ ดูแล้วมีความกล้าแหกกฎ ควรถูกลบไปจากสังคมไทยได้แล้ว เช่นกันว่า การมองว่าทำดีแล้วเชย ดูแล้วโง่ๆที่ยอมอยู่แต่ในกฎ ก็ควรถูกลบไปจากสังคมไทยได้แล้วเหมือนกัน มันควรสลับความคิดกันได้แล้ว หันมาชื่นชมคนทำดีอยู่ในกฎสิ แล้วก็หันประณามคนที่แหกกฎได้แล้ว ถ้าสังคมไทยยังคงหลงทางอยู่แบบนี้ ชาตินี้คงตามญี่ปุ่นที่เราชื่นชมเรื่องความซื่อสัตย์ของเขาไม่ได้แน่ๆ

     น่าแปลกว่า ตัวอย่างดีๆมีให้ทำตาม แต่ทำไม๊ทำไม คนไทยบางคนก็ยังไม่เห็นจะเลียนแบบเรื่องดีๆที่ว่าเลย มัวแต่ไปเลียนแบบความเท่แบบผิดๆอยู่นั่นแหละ หรือว่า...ถูกผิดรู้หมด แต่มันอดไม่ได้

     เอาล่ะครับ จากสายแว้น ลากยาวออกนอกเรื่องไปพอสมควร ขอจบบทความเพียงเท่านี้ดีกว่าครับ

สวัสดีครับ
ต.ต้น
Comments